Remote working at The Standard

การศึกษาเรื่อง สภาพแวดล้อมสำหรับการทำงานระยะไกล (Remote working) ที่สนับสนุนความร่วมมือในการทำงาน: กรณีศึกษาบริษัท The Standard มีเนื้อหาโดยสรุปดังนี้

ปัจจุบันเทคโนโลยีมีความก้าวหน้ามากขึ้นทำให้ระบบการสื่อสารมีประสิทธิภาพ สามารถติดต่อระหว่างหน่วยงานได้อย่างรวดเร็ว รูปแบบการทำงานที่เรียกกว่าการทำงานระยะไกล หรือ Remote working มีการใช้งานกันเป็นอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ จากผลสำรวจพบว่า ระหว่างปี พ.ศ. 2548 ถึง พ.ศ. 2558 จำนวนพนักงานในสหรัฐอเมริกามีการสื่อสารโทรคมนาคมเพิ่มขึ้น 115% และ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ได้กระตุ้นให้เกิดการทำงานรูปแบบ Remote working มากยิ่งขึ้น โดยคาดการณ์ว่าภายในปี พ.ศ. 2573 ความต้องการในการทำงานระยะไกลจะเพิ่มขึ้น 30% เมื่อ Generation Z เข้าสู่การทำงาน แต่ในขณะเดียวกันการทำงานแบบ Remote working ก็ส่งผลกระทบในเชิงลบต่อความร่วมมือระหว่างกันของพนักงาน ที่ทำให้เกิดการขาดปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันและทำให้ผลสำเร็จต่อการทำงานลดลง

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแนวทางในการออกแบบพื้นที่ทำงานในเชิงกายภาพ ซึ่งช่วยสนับสนุนให้เกิดผลสำเร็จของงานและเกิดความร่วมมือกันผ่านการทำงาน Remote working วิธีการศึกษา คือ ศึกษาผ่านกรณีศึกษาที่เน้นการทำงานแบบ Remote working วิธีการเก็บข้อมูล ได้แก่ สัมภาษณ์ สำรวจพื้นที่สำนักงาน และแจกแบบสอบถาม โดยผลการศึกษาแสดงให้เห็นแนวทางการออกแบบที่ทำงานด้านกายภาพ ผ่านผลที่ได้จากการเก็บข้อมูลความพึงพอใจของพนักงานที่มีต่อสภาพแวดล้อมกายภาพและผลของความสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมกายภาพที่ส่งผลกระทบต่อความร่วมมือ ซึ่งข้อสรุปของผลลัพธ์นั้นสามารถช่วยสนับสนุนข้อมูลในหัวข้อวิจัยและการศึกษาที่เกี่ยวข้อง องค์กรที่มีรูปแบบคล้ายกันสามารถนำแนวทางการออกแบบพื้นที่ทำงาน
นี้ไปประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติได้

Currently, technologies have immensely improved enabling communication system to be provided more efficiently. The work pattern cased “Remote working” is widely used in the other countries. Data from the survey during 2005 to 2015 shows the increasing number of employees in the United States up to 115%. In addition, the COVID-19 epidemic is the cause of the remote working work pattern. It is expected that within 2030 the need for remote working will increase by 30%. However, remote working may have an impact on interaction and collaboration between employees, which work performance.

Purpose: The objective of this study is to identify factors impacting the design of working space that affects worker’s performance and collaboration through remote working.

Methodology/Approach: Research method includes a case study of The Standard office, a media company in Thailand, implementing remote working. Data collection includes interviews with executives, field survey, and questionnaires.

Findings: Findings show factors impacting the physical work environment that affects remote working employees’ performance.

Keywords: Remote working, Physical environment, Collaboration, Work performance, COVID-19

Leave a comment